bluegy
'โรคหัวใจ'ภัยร้ายอันดับ 2 กำลังคุกคามชีวิตกลุ่มวัยรุ่น 

              

                                                                                                   พจนาถ บุญฉ่ำ   เรื่อง

      

                ปัจจุบันการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจสูงขึ้นเป็นอันดับสองรองจากโรคมะเร็ง และยังมีแนวโน้มที่จะพบในผู้ที่มีอายุน้อยลงเรื่อยๆ  โดยล่าสุดพบในผู้ป่วยมีอายุเพียง 29 ปี ซึ่งผลของโรคนี้มีความรุนแรงและน่ากลัวมาก บางรายอาจมีอาการเจ็บหน้าอกอย่างเฉียบพลัน จนถึงแก่ชีวิต อีกทั้งในช่วงภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ค่าเงินบาทดูจะลอยต่ำลงไปเรื่อย ๆ ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจแต่การทำมาหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง จนลืมใสใจตัวเอง   ที่สำคัญเมื่อมีอาการผิดปกติในร่างกายก็จะรอให้เป็นหนักเสียก่อนแล้วค่อยไปพบแพทย์  ซึ่งอาจจะสายเกินแก้

                ในเรื่องนี้ นายแพทย์เสมชัย    เพาะบุญ  อายุรแพทย์โรคหัวใจ ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลวิภาวดี  เปิดเผยว่า โรคหัวใจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ตามการกินดีอยู่ดี และความสะดวกสบายมากขึ้น โดยที่ในอดีตมนุษย์มักเสียชีวิตส่วนใหญ่จากสงคราม และโรคติดเชื้อเท่านั้น แต่ในปัจจุบันโรคที่เป็นปัญหาหลักที่ทำให้เสียชีวิต ได้แก่ โรคมะเร็งที่เป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือโรคหัวใจและหลอดเลือด     

 

2 ปัจจัยหลักทำให้เกิดโรค 

                สำหรับปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคหัวใจ มีอยู่ 2 ปัจจัย  ๆ แรกสามารถแก้ไขและป้องกันได้ คือ ไขมันในเลือดสูง , การสูบบุหรี่, ความดันโลหิตสูง, โรคเบาหวาน, การไม่ออกกำลังกาย,ความเครียด และโรคที่กำลังมีแนวโน้มพบมากขึ้น ได้แก่ โรคอ้วนลงพุง   สำหรับผู้ชายที่มีรอบเอวมากกว่า  36 นิ้ว และผู้หญิงที่มีรอบเอวเกิน  32 นิ้ว จัดว่าเป็นโรคอ้วน ซึ่งจะพบว่ามีโรคแทรกซ้อนต่างๆ ได้หลายอย่างโดยเฉพาะโรคหัวใจ คนอ้วนจะเป็นโรคหัวใจได้บ่อยกว่าคนไม่อ้วนถึง 2 เท่า และมีโรคแทรกซ้อน เช่น ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคกรน โรคข้อ เป็นต้น ฉะนั้นการลดน้ำหนักจะช่วยทำให้โอกาสเกิดโรคต่างๆ ลดลงได้ จะช่วยให้การควบคุมโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวานง่ายขึ้น ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่แก้ไขไม่ได้  คือ  การมีประวัติครอบครัวของโรคเส้นเลือดหัวใจ, อายุมากขึ้นผู้ชายที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป และผู้หญิงอายุ 50 ปีขึ้นไป

 

 บุหรี่ทำให้อายุสั้นลง 10 ปี

ดังนั้นแนวทางในการป้องกันโรคหัวใจ คงจะต้องเน้นไปที่ ปัจจัยที่สามารถแก้ไขได้เป็นหลัก อันดับแรก คือ ในผู้ที่สูบบุหรี่ต้องหยุดสูบบุหรี่ ซึ่งรวมไปถึงผู้ใกล้ชิดที่มีโอกาสได้รับควันบุหรี่  โดยพบว่าผู้ที่สูบบุหรี่จะมีอายุสั้นกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ถึง 10 ปี   สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่หมั่นตรวจร่างกายว่ามีภาวะความดันโลหิตสูง เป็นโรคเบาหวาน หรือมีระดับไขมันในเลือดผิดปกติหรือไม่ ถ้ามีควรได้รับการรักษาตั้งแต่ในระยะเริ่มต้น ซึ่งจะช่วยลดโรคแทรกซ้อนในระยะยาวได้

ในระยะแรกที่ยังเป็นไม่มากควรใช้ การควบคุมอาหาร และการออกกำลังกายก่อน แต่ถ้าเป็นมากก็ต้องใช้ยารักษา  อันดับสุดท้าย เป็นเรื่องที่สำคัญมาก คือการออกกำลังกายให้เหมาะสมและเพียงพอ ก็จะช่วยลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจได้ การออกกำลังกายที่ดีควรทำแบบต่อเนื่อง คือมีการยืดเหยียดกล้ามเนื้อตอนเริ่มต้น เพื่อช่วยลดการบาดเจ็บ มีการเริ่มต้นช้าๆ เพื่ออบอุ่นร่างกายและเตรียมพร้อม จากนั้นค่อยๆเพิ่มความเร็วและเวลามากขึ้น จากนั้นจะต้องมีการค่อยๆลดความเร็วลงเพื่อให้ร่างกายและหัวใจกลับเข้ามาสู่ภาวะปกติ ควรออกกำลังกายอย่างน้อยครั้งละ  20-30 นาที สัปดาห์ละ 3 ครั้งขึ้นไป  

            อย่างไรก็ตามผู้มีปัจจัยเสี่ยง ไม่ควรวิตกจริตจนเกินเหตุ  เพราะอาการเจ็บแน่นบริเวณหน้าอกไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคหัวใจเสมอไป  แต่ควรสังเกตตามกลุ่มอาการของโรคก่อน ตัวอย่างเช่น  กลุ่มโรคหลอดเลือดหัวใจ ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บแน่นหนักหน้าอกเหมือนถูกบีบรัด ร้าวไปที่คอ, กรามล่าง, ไหล่ และแขนซ้าย นอกจากนี้อาจมีเหงื่อแตก หน้ามืด หรือเหนื่อยหอบร่วมด้วย  มักจะเกิดอาการดังกล่าวขณะออกแรงหรือออกกำลังมากไป ซึ่งไม่ควรปล่อยให้นานเกิน 5 นาที  และควรรีบพบแพทย์ทันที    

ขณะที่กลุ่มโรคของกล้ามเนื้อหัวใจและลิ้นหัวใจนั้น ผู้ป่วยจะมีอาการเหนื่อยง่าย  หอบหนักผิดปกติ แม้เวลากลางคืน ซึ่งไม่สามารถนอนราบไม่ได้  ส่วนกลุ่มโรคของระบบไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ  ผู้ป่วยมักมีอาการใจสั่น เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย บางรายอาจมีวูบเป็นลมหมดสติได้  ตัวผู้ป่วย  ญาติ และผู้ใกล้ชิด ควรตระหนักถึงเรื่อง เวลา ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ หากพบผู้ป่วยมีภาวะอาการดังกล่าว ต้องรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลที่มีความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจให้เร็วที่สุด     

 

เครื่องตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจ  

               นพ.เสมชัย กล่าวต่อว่า ขณะนี้ศูนย์หัวใจ โรงพยาบาลวิภาวดี ได้เตรียมความพร้อมในเรื่องของเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อรักผู้ป่วยโรคหัวใจได้ทันเวลา โดยการนำเครื่องตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจ  สามารถเปิดเส้นเลือดหัวใจได้เร็ว มีประสิทธิภาพ ภายในเวลาไม่ถึง 30 นาที   รวมถึงมีการฉีดสีถ่ายภาพเอกซเรย์หลอดเลือดหัวใจ  เพื่อวินิจฉัยภาวะที่ผู้ป่วยมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก และในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถทำการตรวจด้วยวิธีอื่นได้  นอกจากนี้ยังเป็นการศึกษาการไหลเวียนของเลือด รวมทั้งเพื่อวัดความดันและวัดปริมาณของออกซิเจนในห้องหัวใจ และบันทึกภาพโดยการฉีดสารทึบรังสี  โดยเคสหนึ่งจะใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง ซึ่งขึ้นอยู่กับภาวะของคนไข้แต่ละคน  ซึ่งวันหนึ่งสามารถตรวจได้ประมาณ  4-5 ราย  ด้วยมูลค่า 28 ล้านบาท

สำหรับประโยชน์ของการฉีดสีตรวจหลอดเลือดหัวใจนั้น จะทำให้การวินิจภาวะโรคหลอดเลือดหัวใจได้ถูกต้องแม่นยำ   พร้อมกับยืนยันการวินิจฉัยภาวะโรคหัวใจ และหลอดเลือดหัวใจได้  นอกจากนี้ยังได้ทราบความรุนแรงของโรคหัวใจและหลอดเลือดของคนไข้ได้อีกด้วย ที่สำคัญสามารถรักษาภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ โดยใช้วิธีการขยายด้วยบอลลูนต่อได้

นอกจากนี้โรงพยาบาลวิภาวดี ยังได้จัดอบรมการปฐมพยาบาลและการช่วยฟื้นคืนชีพเบื้องต้น เพื่อให้ความรู้กับประชาชน เป็นจำนวน 9 รุ่น ๆ ละ 50 คน  เริ่มรุ่นที่ 1 ในวันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม  สิ้นสุดในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2551  โดยจะมีการบรรยายพร้อมฝึกปฏิบัติการช่วยชีวิตเบื้องต้น เมื่อพบเห็นผู้ป่วยโรคหัวใจและผู้ประสบอุบัติเหตุต่างๆ เช่น จมน้ำ ตกจากที่สูง หรือภาวะหัวใจขาดเลือด อย่างถูกวิธีและรวดเร็ว  เนื่องจากการเสียชีวิต บาดเจ็บ และพิการมีมากขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากระบบการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ไม่ได้ทำอย่างทันท่วงทีถูกต้อง ตามหลักวิชาการประกอบกับการขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ ทำให้การช่วยเหลือนั้นไม่มีประสิทธิภาพ เกิดผลเสียต่อผู้บาดเจ็บ

 

   บรรยายภาพ

   นายแพทย์เสมชัย    เพาะบุญ  

 

 

from siamrath

 
   
E-mail เพื่อน :
จาก :
 
 
สารบัญเว็ปไทย
 
 
 
ติดต่อพื้นที่โฆษณา  ติดต่อเรา
Copyright © 2005-2007 bluegy.com All Rights Reserved.
Design by Sationidea,
Contact me : webmaster@bluegy.com